ReadyPlanet.com


=====ความรู้เกี่ยวกับทองคำที่ตัวเรือนนาฬิกา======


---- ความรู้เกี่ยวกับทองคำที่ตัวเรือนนาฬิก ----

 

             ความรู้ เล็กๆ น้อยๆ สำหรับผู้เริ่มสะสม  vintage watch ว่าด้วยเรื่องของทองที่ทำตัวเรือนนาฬิกา ทั้งหลาย

             การทำตัวเรือนนาฬิกา โดยเฉพาะ นาฬิกาสะสม ร่วมสมัย (vintage watch) ไม่ว่าจะเป็นยี่ห้อ ที่เราๆ ท่านๆ คุ้นเคยกัน เช่น Bulova, Elgin, Benrus, gruen, Waltham, Movado หรือ Omega  เป็นต้น

 
          เพื่อให้นาฬิกา มีความสวยงาม ทรงคุณค่า อีกทั้งยังเป็นเครื่องประดับ เช่น เดียวกับ จิวเวลรี่ อื่นๆ ไม่ใช่แค่เป็นเครื่องบอกเวลาเท่านั้น  ดังนั้น จึงนิยมนำทองคำ มาเป็นส่วนประกอบอย่างหนึ่งในกระบวนการผลิต นอกเหนือจาก สิ่งมีค่าอื่นๆ เช่น เพชร พลอย หรือ ทับทิม เป็นต้น

 
          ทองที่ใช้ในการทำนาฬิกา ที่เราเห็นเขียนว่า ทองเค นั้น ก็คือ ทองคำแท้ๆ แต่มีส่วนผสมของโลหะอื่น ที่มีค่าผสมลงไปด้วย เพื่อวัตถุประสงค์หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของต้นทุน ความสวยงาม ความคงทนแข็งแรง ความเหมาะสม หรืออื่นๆ อีกมากมาย  วันนี้เรามาแบ่งปันความรู้เรื่องทองที่ใช้ทำนาฬิกากันดีกว่า

 
           ทองคำแท้ๆ มีเปอร์เซ็นต์ของทอง ที่เป็นที่ยอมรับกันทั่วโลก คือ ทอง 100% เท่ากับ 24 K แต่ที่จริงแล้วทอง 100% หรือความจริงแล้วแค่ 99.99% ไม่สามารถเอามาทำตัวเรือนได้ เพราะทองคำมีความอ่อนมากเกินไป  จึงจำต้องนำโลหะมีค่าอย่างอื่นมาผสม เพื่อให้เกิดความแข็งแรง เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า และความสวยงาม

 
            ฉะนั้น ที่เราเห็น มีการเขียนที่ตัวเรือนนาฬิกา ว่า

ทอง 10K หมายถึง มีส่วนผสมของทองคำ โดยประมาณ 41.67 %

ทอง 14K หมายถึง มีส่วนผสมของทองคำ โดยประมาณ 58.34 %

ทอง 18K หมายถึง มีส่วนผสมของทองคำ โดยประมาณ 75.00 %

 

                            ดังที่ปรากฏ ในนาฬิกาชั้นนำ ที่จะสลัก บอกปริมาณ ค่าเค ไว้ที่ด้านหลังตัวเรือนนาฬิกา หรือฝาหลังนั้นเอง โดยเฉพาะถ้านาฬิกาเรือนไหน ใช้ค่าทองถึง 18K เราจะเห็นได้ว่า ราคาจะค่อนข้างสูงเป็นพิเศษ

 

                 เรื่องของทองกับนาฬิกายังไม่หมดเพียงแค่นี้ ราคานาฬิกายังขึ้นอยู่กับส่วนผสมของทองอีกว่าใช้ส่วนผสมแบบไหน เพื่อทำให้เกิดสีของทองที่แตกต่างออกไป อย่างสวยงาม เช่น

 

yellow gold ( yg ) คือ ทองออกสีเหลือง  พบเห็นได้ทั่วไปใน vintage watch
pink gold ( pg ) คือ ทองออกสีชมพู ( มีส่วนผสมของ  ทองแดงมากกว่า yg ) จะมีราคาสูงกว่า YG แม้ค่า K จะเท่ากัน
rose gold ( rg ) คือ ทองออกสีกุกลาบ ออกแดง ๆ อีกเช่นกัน จะมีราคาสูงกว่า PG แม้ค่า เค จะเท่ากัน 

                                    

ทั้งหมดนี้ขึ้นกับเทคนิคการผสมโลหะ ทั้งชนิดและสัดส่วนครับ

และสุดท้ายคือ solid gold หมายถึง ทองทั้งแท่ง หรือทั้งชิ้น ตัน ๆ  ทั้งตัวเรือนทำขึ้นจากทองคำทั้งแท่ง ซึ่งมีให้เห็นไม่บ่อยนัก


 
                white gold (wg) คือ ทองขาว จะออกสีเงิน มีความเงางาม มาก จะมีราคาสูงเช่นกัน และที่พิเศษที่สุด ของเครื่องประดับ หรือแม้แต่นาฬิกา ที่จะทำให้มีค่าตัวสูงมากขึ้นไปอีก คือ ตัวเรือนที่ทำด้วย Platinum  หรือทองคำขาวนั้นเอง ( เรื่องทองขาว กับ ทองคำขาวนี้ ผู้คนยังเข้าใจผิดกันอยู่มาก โดยส่วนมากมักคิดว่าเป็นอย่างเดียวกัน แท้ทีจริงต่างกันพอสมควร ฝรั่งเขาถึงเรียกต่างกัน แต่บ้านเราเรียกปะปนกันจนแยกไม่ออก ) ขออธิบายแบบเอาเป็นความรู้เล็กๆ ติดตัวกันหน่อย คือ ทองขาว หรือที่เรียก white gold ก็คือทองคำแท้ๆ ที่เรารู้จักกันดี มาผสมกับโลหะสีเงิน เช่นเงิน และ แพลาเดียม ก็จะทำให้ทองสีเหลืองที่เราคุ้นเคยกลายเป็นสีขาว ส่วนค่า K ก็ขึ้นอยู่กับส่วนผสม 

 
                ส่วนทองคำขาว หรือที่เรียกว่า Platinum นั้น คือ โลหะทองคำสีขาวเลย หรือ แร่ธาตุสีขาวบริสุทธิ์ ( เป็นมาตั้งแต่เกิด ไม่ได้ผสมกับแร่ธาตุอื่นใด ) และ หายากมาก พบได้ปริมาณน้อยมาก เปรียบเทียบกับทองคำธรรมดา หากปริมาณเท่ากัน ทองคำขาวจะหนักกว่ามาก ราคาของทองคำขาวจึงสูงกว่าทองคำแท้ๆ 2-3 เท่าตัวเลยที่เดียว ส่วนมากมักนิยมนำมาทำเครื่องมือแพทย์ หรือเครื่องประดับราคาสูงๆ เป็นต้น

 
                        ยังมีอีกนิด ที่นักเล่นมือใหม่ หรือแม้แต่มือเก๋า ยังมีความเข้าใจผิดกันอยู่มาก คือคำว่า gold filled (GF) และ  gold plated GP )  ที่จริงแล้ว การที่จะเป็น filled หรือ plated  นั้นก็คือ ขบวนการผลิต ในขั้นตอน การห่อหุ้มตัวเรือนนาฬิกา ด้วยทองคำ ทั้งคู่  หรือ ในภาษานักสะสมนาฬิกา เรียกว่า ทองหุ้ม นั้นเอง  ( แต่ส่วนมากมักเข้าใจว่ากันว่า gold plated คือทองหุ้ม และgold filled คือ การกะหลั่ยทอง หรือ ชุบนั้นเอง  ซึ่งที่จริงแล้ว ทองชุบ หรือกะหลั่ยทอง น่าจะเป็นเรื่องของกรรมวิธี การชุบทองคำด้วยไฟฟ้า ที่ฝรั่งเขาเรียกกันว่า electrogoldplate ซึ่งก็พบเห็นได้บ่อย ในนาฬิกา และมักจะเขียนไว้ที่ตัวเรือนนาฬิกามากกว่าที่ฝาหลัง

 

           แล้ว gold filled กับ gold plated มันต่างกันอย่างไร และอย่างไหนดีกว่ากัน  อันนี้ขอเขียนตามประสบการณ์ นะว่าไม่แตกต่างกันมากนัก แต่ที่แน่ๆ ใส่นาฬิกา ที่เคลือบตัวเรือนด้วยทองคำจะดีตรงที่ไม่ลอก ไม่ดำ ทำความสะอาจง่าย สวยงาม ดีแน่นอน

 

         Gold filled คือ กระบวนการผลิต โดยการ filled เป็นทองที่มีลักษณะห่อตัวเรือนนาฬิกา โดยผ่านขบวนการเคลือบ ห่อ ด้วยความร้อน และภายใต้ แรงดัน  อันเป็นเทคนิคมาแต่โบราณ หรือที่นิยมเรียกกันว่า เอาแผ่นทองบางๆ มารีดสวมทับไปบนตัวเรือนสแตนเลส  นาฬิกาที่เป็น gold filled สังเกตได้ง่ายว่า ส่วนมาก มัก ทำทั้งตัวเรือน และที่ฝาหลังด้วย เพื่อป้องกัน การสึกหรอจากการสัมผัส โดยตรง กับผู้สวมใส่ และยังมักนิยมทำใน เครื่องประดับอื่นๆ เช่น แหวน สร้อยคอ เป็นต้น

 
           Gold plated คือ กระบวนการผลิต โดยการเคลือบแผ่นทองคำด้วยกระบวนการทางไฟฟ้า  อันเป็นวิธีสมัยใหม่ๆ ทำได้รวดเร็ว และประหยัดเวลากว่า  สังเกตได้ง่ายว่าในนาฬิกาที่เป็น gold plated จะทำเฉพาะตัวเรือน ส่วนฝาหลังจะคงเป็นสแตนเลส เสียส่วนใหญ่
 

          ฉะนั้นหากถามว่า แล้วแบบไหน ทนกว่ากัน ก็น่าจะเป็นตัวบอกได้ว่า gold filled น่าจะมีความคงทนกว่า gold plated ( เป็นความเห็น และประสบการณ์ส่วนตัวนะ ) เพราะเคยมีนาฬิกาอยู่เรือนหนึ่ง ยี่ห้อ Benrus ตัวเรือนทรงกลม ปี 1960 ตัวเรือน เป็นทองชุบแบบ  electrogoldplate  20 mc (ไมครอน)  แต่ที่ฝาหลังจะเป็น gold filled 10K  เพราะฝาหลังต้องสัมผัสกับเราตลอดเวลา ใส่มาหลายปี ยังเหมือนเดิมทุกประการ

 


ผู้ตั้งกระทู้ Admin กระทู้ตั้งโดยเว็บมาสเตอร์ :: วันที่ลงประกาศ 2012-09-06 21:11:15


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (3350479)

 

 

ทองไมครอน  คืออะไร

 

 

 ทองไมครอน หมายถึง ทองที่ชุบด้วยไฟฟ้า หนาตามจำนวนไมครอน เช่น 5 ไมครอน 10 ไมครอน  20 ไมคอน จนถึง 80 ไมคอน

 
 
 
 
ทองหุ้ม หมายถึง วัตถุหรือเครื่องประดับใดๆ ที่ผิวภายนอกเป็นทอง ข้างในไม่ใช่ เป็นการหุ้มอาจหุ้มด้วยกระบวนการ ตีแผ่นหุ้ม หรือ ชุบด้วยไฟฟ้าก็ได้

 

 
 
 
ทองชุบ คือ ชิ้นงานที่ชุบทองด้วยไฟฟ้า จะหนาบางเท่าไรไม่บอกไว้  ไม่เหมือนพวกไมครอนจะบอกความหนา

 

เครื่องประดับทองไมครอน คือ เครื่องประดับที่ตัวเรือนไม่ได้ทำมาจากทองคำ แต่นำไปผ่านกระบวนการชุบทองคำแท้หุ้มติดบนพื้นผิวของตัวเรือน ทำให้พื้นผิวของตัวเรือนมีสีและคุณสมบัติ เป็นทองคำ แต่เนื่องจาก ตัวเรือนมิได้ทำมาจากทองคำ เครื่องประดับทองไมครอนจึงมีสภาพหมองไปตามกาลเวลา ซึ่งความทนทานของเครื่องประดับไมครอนนั้นจะขึ้นอยู่กับความหนาของทองคำในการชุบแตกต่างกันไปตาม ค่าไมครอน ยิ่ง ค่าไมครอนสูง เครื่องประดับก็ จะยิ่งทนทาน อายุการใช้งานยาวนานมากขึ้น

 

 ข้อมูลที่ควรรู้เกี่ยวกับเครื่องประดับทองไมครอน

ระยะเวลาการใช้งานของเครื่องประดับทองไมครอน นอกจากขึ้นอยู่กับความหนาของทองที่ชุบแล้ว ยังขึ้นอยู่กับสภาพความเป็นกรดด่างในเหงื่อของผู้สวมใส่ ชีวิตประจำวัน และการดูแลรักษา ซึ่งในคนที่มีเหงื่อเค็ม เครื่องประดับก็หมองเร็วกว่า จึงเป็นการยากที่จะระบุชัดเจนถึงอายุการใช้งานในแต่ละคน

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-09-06 22:36:52



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


สำหรับท่านใดที่สนใจสินค้า สามารถติดต่อสอบถามและสั่งซื้อได้ที่เบอร์ 081-993-4020